เมืองพัทยา ดีเดย์ทดลองเส้นทางเดินรถสหกรณ์สองแถวใหม่อีกครั้ง 20 มิถุนายนนี้

0
50
ที่ประชุมมีมติให้มีการขยายเส้นทาง การให้บริการแก่ประชาชนเพิ่มเติม เพื่อครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น
ที่ประชุมมีมติให้มีการขยายเส้นทาง การให้บริการแก่ประชาชนเพิ่มเติม เพื่อครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น

เจษฎา หอมกลิ่น

เมื่อ 12 มิถุนายน 60  ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา พล.ต.ภพอนันฒ์ เหลืองภานุวัฒน์ ที่ปรึกษา มทบ.14 ในฐานะผู้ดูแลรับผิดชอบรักษาความสงบในพื้นที่เมืองพัทยา เป็นประธานในการประชุม  โดยมีคณะทำงานจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะในเขตเมืองพัทยา อาทิ คณะผู้บริหารเมืองพัทยา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ อำเภอบางละมุง เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ  ขนส่งอำเภอบางละมุงและจังหวัดชลบุรี  สหกรณ์เดินรถสองแถว และผู้ประกอบการภาคเอกชน  ประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการที่ผ่านมา รวมทั้งพิจารณาเรื่องการประกอบรถเช่า และการจัดระเบียบรถแท็กซี่ เพื่อหาแนวทางในการจัดระเบียบที่เหมาะสมและเป็นรูปธรรม

ส่วนวาระต่างๆในที่ประชุมได้มีการกล่าวเพิ่มเติม ในส่วนของการสำรวจความเหมาะสมของเส้นทางว่า ภายหลังจากการประชุมครั้งล่าสุดที่ผ่านมา ทางขนส่งได้ร่วมกับเมืองพัทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ไปรอบแรก พบว่าเป็นไปตามที่คณะทำงานต้องการ และในขณะนี้ได้ตรวจสอบเส้นทางทั้ง 4 เส้นทางอย่างต่อเนื่อง พบว่ายังมีบางเส้นทางที่ยังมีปัญหา เช่น ซอยบัวขาว  ส่วนสาย 2 และสาย 7 คาดว่าน่าจะไม่มีปัญหาใด

พร้อมกันนี้ได้มีการขยายเส้นทางการให้บริการแก่ประชาชนเพิ่มเติมเพื่อครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น ได้แก่ เส้นทางสาย 4 ที่เดิมจะวิ่งระหว่างอำเภอบางละมุง-ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยาใต้ (แหลมบาลีฮาย) จะมีการเพิ่มขยายเส้นทางวิ่งไปบนถนนพัทยาสาย 2 ด้วย ส่วนเส้นทางสาย 5 ที่เดิมจะวิ่งระหว่างหมู่บ้านเจริญรัตน์-ชายหาดจอมเทียน จะขยายเส้นทางเพิ่มเติมในส่วนของถนนสายชายหาดและภายในโครงการวอล์คกิ้งสตรีท สำหรับเส้นทางสาย 6 เดิมจะวิ่งจากวงกลมพัทยา-ปากทางพัทยาใต้-นาเกลือ จะเพิ่มเติมภายในซอยบัวขาว และเส้นทางสาย 7 ที่เดิมจะวิ่งเส้นพัทยาเหนือ-พัทยากลาง-จอมเทียน จะเพิ่มเติมในส่วนของถนนจอมเทียนสาย 2 ซึ่งจะมีการลงพื้นที่ทดลองวิ่งในทุกเส้นทางร่วมกันอีกครั้ง เพื่อแก้ไขให้เหมาะสม ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการอย่างทั่วถึงและพึงพอใจ เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติกำหนดให้มีการทดลองใช้เส้นทางเดินรถดังกล่าวอีกครั้ง ในวันที่ 20 มิถุนายน 60 นี้ เพื่อทำการปรับเปลี่ยนปริมาณรถโดยสารในเส้นทางสายต่างๆ ให้เหมาะสมมากขึ้น ซึ่งหากพบว่าสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างครอบคลุมทุกพื้นที่ ก็จะได้นำเสนอต่อคณะกรรมการกลาง เพื่อประกาศเป็นราชกิจจานุเบกษาก่อนบังคับใช้ตามกฎหมายตามขั้นต่อไป ส่วนปัญหาการจัดระเบียบรถเช่าและรถแท็กซี่ จะมีการหารือร่วมกันในคณะทำงานและผู้ที่เกี่ยวข้องอีกครั้งในการประชุมครั้งต่อไป

พล.ต.ภพอนันฒ์ เหลืองภานุวัฒน์ ที่ปรึกษา มทบ.14 ในฐานะผู้ดูแลรับผิดชอบรักษาความสงบในพื้นที่เมืองพัทยา.
พล.ต.ภพอนันฒ์ เหลืองภานุวัฒน์ ที่ปรึกษา มทบ.14 ในฐานะผู้ดูแลรับผิดชอบรักษาความสงบในพื้นที่เมืองพัทยา.

พล.ต.ภพอนันฒ์ เหลืองภานุวัฒน์ กล่าวว่า “ที่ผ่านมาทาง คสช.ได้ดำเนินการจัดระเบียบรถโดยสารสาธารณะในเขตเมืองพัทยาขึ้นใหม่ ทั้งการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้าง การจัดระเบียบรถสหกรณ์สองแถว รถแท็กซี่ป้ายดำ และรถโดยสารประเภทอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถสองแถว ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาหลักด้านการจราจร แม้ที่ผ่านมาภาครัฐจะเข้ามาจัดการแก้ไขหลายครั้งแต่ก็ยังไม่เป็นผลเท่าที่ควร เนื่องจากปัญหาในหลายปัจจัย ส่วนใหญ่เกิดจากการขาดวินัยในการขับขี่ของผู้ประกอบการ ทั้งเรื่องของการจอดรถรับส่งผู้โดยสารนอกป้าย การจอดรถซ้อนคัน การจอดรถในจุดห้ามจอด การวิ่งรถนอกเส้นทางสัมปทาน อีกทั้งยังมีพฤติกรรมในลักษณะเป็นแท็กซี่รับจ้าง คือการให้บริการและเรียกเก็บค่าโดยสารแบบเหมาจ่าย ซึ่งถือว่าไม่ตรงตามข้อกำหนดของกฎหมาย โดยตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คณะทำงานได้กำหนดเส้นทางสัมปทานไว้ 4 เส้นทาง คือ สาย 4, 5, 6 และ 7 และให้รับ-ส่งผู้โดยสารตามป้ายหยุดรถรับ-ส่งผู้โดยสารที่กำหนดไว้ในเบื้องต้น 163 ป้าย เท่านั้น พร้อมทั้งมีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่กวดขันจับกุมผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง โดยจากการรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่พบว่าสามารถดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ประกอบการรถสองแถวที่ฝ่าฝืนได้จำนวน 612 คัน จากจำนวนรถที่มีอยู่ทั้งหมด 712 คัน ซึ่งถือว่ายังมีผู้ประกอบการที่ยังฝ่าฝืน และไม่ปฏิบัติตามอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย จึงขอให้นายธวัช เผือกบุญนาค ประธานสหกรณ์เดินรถสองแถวพัทยาไปดำเนินการชี้แจงทำความเข้าใจ พร้อมขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการรถสองแถวทุกท่านโปรดปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้ได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน