รพ.กรุงเทพพัทยา จัดประชุมวิชาการเรื่องระบบประสาทการได้ยิน

0
766
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พญ.สุจิตรา ประสานสุข  ผอ. ศูนย์ หู คอ จมูก  รพ.กรุงเทพพัทยา  เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์  พยาบาล  เข้ารับฟังการอบรม เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาแนวทางการทำงานในการใช้ดูแลผู้ป่วย
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พญ.สุจิตรา ประสานสุข ผอ. ศูนย์ หู คอ จมูก รพ.กรุงเทพพัทยา เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล เข้ารับฟังการอบรม เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาแนวทางการทำงานในการใช้ดูแลผู้ป่วย

เมื่อ 16 ตุลาคม 60 ที่ รพ.กรุงเทพพัทยา ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พญ.สุจิตรา ประสานสุข ผอ. ศูนย์ หู คอ จมูก  รพ.กรุงเทพพัทยา เป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล เข้ารับฟังอบรมเพื่อนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาแนวทางการทำงานในการใช้ดูแลผู้ป่วย ให้มีประสิทธิภาพ

โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พญ.สุจิตรา ได้บรรยายในเรื่องของการใช้เทคโนโลยีทันสมัยในการตรวจวินิจฉัย ให้การรักษา และฟื้นฟู บำบัด ปัญหา ทางการได้ยิน การเสียการทรงตัว ปัญหาหูหนวก หูตึง และโรคหู ระบบประสาทการได้ยิน, มีเสียงดังรบกวนในหู, ระบบประสาทการทรงตัว, เวียนศีรษะบ้านหมุน, เดินโคลงเคลง, ภาวะการเสียการทรงตัว, เด็กไม่พูด เด็กพูดช้า เด็กพูดไม่ชัด

บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล กว่า 100 คน เข้ารับฟังอบรม
บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล กว่า 100 คน เข้ารับฟังอบรม

อนึ่ง เมื่อปี 2516 พญ.สุจิตรา ประสานสุข  เป็นผู้ให้กำเนิด หน่วยโสตประสาท คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล และนำเครื่องมือและเทคโนโลยีทันสมัยในการตรวจวินิจฉัย ให้การรักษา และฟื้นฟู บำบัด ปัญหา ทางการได้ยิน การเสียการทรงตัว ปัญหาหูหนวก หูตึง และโรคหู สู่ประเทศไทยเป็นคนแรก ปัจจุบันการบริการผู้มีปัญหาหูหนวกหูตึงและโรคหู โดยเทคโนโลยี ที่นำมาใช้เป็นครั้งแรก ของ ศูนย์โสตประสาทและของประเทศไทยเป็นที่ยอมรับระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ สามารถชวยการวินิจฉัย และฟื้นฟูบำบัดผู้พิการทางการได้ยิน เป็นผู้นำการรักษาสู่ประเทศไทยเป็นคนแรก  ปัจจุบันการบริการผู้มีปัญหาหูหนวกหูตึงและโรคหู โดยเทคโนโลยี ที่นำมาใช้เป็นครั้งแรก ของ ศูนย์โสตประสาทและของประเทศไทย สามารถช่วยการวินิจฉัย และฟื้นฟูบำบัดผู้พิการทางการได้ยินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ปัจจุบันประชาชนทั่วไปใช้ชีวิตท่ามกลางมลภาวะทางเสียงที่ดังเกินกว่าหูของเราควรได้รับ หรือเกินกว่า 70 เดซิเบล อีกทั้งคนรุ่นใหม่เสพติดเทคโนโลยีทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ ดูหนัง ฟังเพลง ร้องคาราโอเกะ โดยแนะนำการฟังให้ใช้ความดังไม่เกิน 50% ของเครื่องเล่นและไม่ควรฟังต่อเนื่องนานกว่าครั้งละ 1 ชั่วโมง รวมถึงหลีกเลี่ยงอยู่ในสถานที่มีเสียงดังต่อเนื่องเป็นเวลานานเพราะอนาคตจะทำให้การได้ยินของหูมีประสิทธิภาพที่ลดลง จากระดับเสียงต่ำๆ เบาๆ ก็ได้ยิน กลายเป็นว่าต้องดังมากขึ้นเรื่อยๆ

รวมถึงนิยมออกกำลังกายด้วยกีฬาประเภทที่ผาดโผน โจนทะยาน ห้อยหัวตีลังกา ทำให้มีโอกาสสูงที่จะเกิดปัญหาเรื่องการได้ยินส่งผลต่ออาการน้ำในหูไม่เท่ากัน หรือหินปูนในหูเคลื่อนที่ได้ ซึ่งควรหลีกเลี่ยงหรือเล่นอย่างถูกวิธีไม่โลดโผนจนเกินไป”

สำหรับการทำความสะอาดที่ถูกต้องนั้นเพียงแค่ใช้ผ้าเช็ดบริเวณใบหูและปากรูหูด้านนอกเท่านั้น ก็พอแล้ว ไม่ต้องล้วงแคะแกะเกา หรือเอาอะไรไปปั่น อีกทั้งเลี่ยงกิจกรรมที่ทำร้ายประสิทธิภาพในการได้ยิน และที่สำคัญที่สุดคือ ทุกคนควรช่วยกันลดเสียงที่ทุกคนก่อขึ้น พยายามใช้เสียงเท่าที่จำเป็นในทุกสภาวการณ์ ทุกระดับความเป็นอยู่ เราก็จะอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดเสียงดัง ไม่รบกวนกายใจสมองและหู  ส่วนเรื่องปัญหาการรับฟังในเด็กแรกเกิด ปัจจุบันแพทย์สามารถตรวจคัดกรองการได้ยินในทารกแรกเกิด ใช้เวลาประมาณ 5 นาที และหากว่าไม่ผ่านซึ่งสงสัยว่าหูหนวกหรือหูตึง จะนัดตรวจยืนยันภายในเวลา 6 เดือนแรก เพื่อให้การรักษาและฟื้นฟูบำบัดโดยใช้เครื่องช่วยการได้ยิน รวมทั้งการผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมและสอนพูดได้ทันเวลา ไม่ให้อาการหูตึงหูหนวกเป็นเหตุให้ไม่สามารถพูดได้ หรือเป็นใบ้ในที่สุด.