จนท.กรมป่าไม้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจ กรณีชาวบ้านตัดไม้พะยูงในพื้นที่ของตัวเอง

0
116

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยการนำของ พ.ต.อ.จิระวุฒิ ตัณฑศรี  ผู้กำกับการ สภ.หนองปรือ พร้อมเจ้าหน้าที่ป่าไม้ หน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ ชบ.1 (บ่อทอง)  กรมป่าไม้  เข้ากับกุม น.ส.ชลดา บำรุงยา อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60 หมู่ 1 ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และคนงานตัดไม้อีก 4 คน ประกอบด้วย นายนิรันต์ ศักดิ์มงคล อายุ 32 ปี นายถาวร บุญแต่ง อายุ 32 ปี นายสมบูรณ์ หินทอง อายุ 37 ปี และนายอรรถการ สรวมศิริ อายุ 31 ปี ในข้อหาร่วมกันตัดไม้พะยูง ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 แก้ไขโดยประกาศ คสช.ฉบัยที่ 106/2557 ลงวันที่ 21 ก.ค.2557 พร้อมของกลางไม้พะยูง 16 ท่อน และเลื่อยยนต์ 1 ตัว ภายหลังจาก น.ส.ชลดา ว่าจ้างคนงานมาตัดต้นพะยูงในบ้านของตัวเอง ซึ่งเบื้องต้นเจ้าตัวให้การอ้างว่า สาเหตุที่ตัดเนื่องจากต้นไม้จะล้มไปทับสายไฟฟ้าและบ้านชาวบ้านที่อยู่ติดกัน และไม่รู้ว่าเป็นไม้พะยูง ตามที่รายงานไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าของเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 8 กันยายน 60 นายเกียรติศักดิ์  ปรีดา  ผอ.ส่วนป้องกันสำนักจัดการป่าไม้และทรัพยากร ที่ 9 ชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.จิระวุฒิ ตัณฑศรี  ผกก.สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เพื่อตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับคดีนี้ จากนั้นจึงเดินทางไปหา น.ส.ชลดา บำรุงยา ที่บ้านพัก เพื่อพูดคุยชี้แจงทำความเข้าใจ ก่อนที่นายเกียรติศักดิ์ จะเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า แนวทางปฏิบัติของชาวบ้านเกี่ยวกับการตัดไม้ต้องห้ามในพื้นที่บ้านตัวเอง จะต้องเขียนคำร้องขอตัดไม้มายื่นต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานป่าไม้ ในพื้นที่รับผิดชอบ หากไม่ได้ไปขอและทำการตัดไม้โดยพละการ ถือว่าผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะกรณีใดๆ

ในเวลาต่อมา น.ส.ชลดา บำรุงยา ที่ถูกจับข้อหาตัดต้นไม้ในบ้านของตัวเอง ได้นำภาพถ่ายต้นพะยูงก่อนที่จะถูกตัด ก่อนที่จะระบุว่า ต้นพะยูงอยู่ติดชิดจนเบียดกำแพง และมีกิ่งก้านไปพาดกับสายไฟฟ้า ส่วนอีกต้นกิ่งพาดข้ามไปยังบ้านเรือนของเพื่อนบ้าน และเคยหักตกลงไปในเขตพื้นที่ของเพื่อนบ้านมาแล้ว

“ไม่ทราบจริงๆ ว่าต้นไม้ที่ตัดเป็นต้นพะยูง คิดว่าเป็นต้นประดู่ลาย เลยตัดไปแล้ว 2 ต้น ส่วนที่เหลืออีก 1 ต้น คงต้องทำหนังสือขอตัดไม้ไปยังสำนักงานป่าไม้จังหวัดชลบุรี ให้ถูกต้อง” น.ส.ชลดา กล่าว

ส่วนนายประจักษ์ หมอยาไทย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.โป่ง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.ชลดา เดินทางมาปรึกษาตนว่าสามารถตัดต้นไม้ภายในบ้านของตัวเองได้หรือไม่ ตนไม่ทราบข้อกฎหมายชัดเจน เลยบอกให้ไปที่ว่าการอำเภอบางละมุง  เพื่อถามป่าไม้อำเภอ หรือไม่ก็เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตอนแรกตนเองก็ยังคิดว่าเป็นต้นประดู่ลายด้วยซ้ำ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าต้นไม้ที่ถูกตัดมีอายุไม่ต่ำกว่า 80-100 ปี ลำต้นขนาดใหญ่อยู่ติดกับกำแพง และกิ่งก้านของต้นไม้ไปพาดสายไฟฟ้าจริง แต่หลังจากนี้จะทำความเข้าใจกับชาวบ้านเกี่ยวกับการตัดต้นไม้สงวนในพื้นที่ของตัวเอง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอีก

พ.ต.อ.จิระวุฒิ ตัณฑศรี  ผกก.สภ.หนองปรือ เผยว่า ในส่วนคดีความ เบื้องต้นได้แนะนำให้ น.ส.ชลดา นำหลักฐานทั้งเอกสารและภาพถ่ายก่อนที่จะตัดต้นพะยูง มาเสนอต่อพนักงานสอบสวน เพื่อประกอบสำนวนส่งให้ศาลพิจารณา ว่าการกระทำในครั้งนี้เป็นเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และมีความเดือดร้อนจากต้นไม้ที่ตัดจริงหรือไม่ หากศาลเชื่อ น.ส.ชลดา กับพวก ก็จะพ้นผิด และขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำตามหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้กลั่นแกล้งประชาชนแต่อย่างใด.