สิบเวรโรงพักพัทยา ยันไม่เคยทำร้าย “ฟลุ๊คศรี มณีเด้ง” เน็ตไอดอลสาว

0
20

สิบเวรห้องควบคุม สภ.เมืองพัทยา ยันไม่เคยทำร้ายเน็ตไอดอลสาว เพียงคุมตัวไปสงบสติอารมณ์แต่สาวขัดขืนจึงมีการยื้อยุดฉุดกระชาก ขณะที่ผู้บังคับบัญชาสั่งสอบข้อเท็จจริง พร้อมรวบรวมหลักฐานก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ทำการจับกุม น.ส.มนุษยา เยาวรัตน์ อายุ 29 ปี หรือ “ฟลุ๊คศรี มณีเด้ง” เน็ตไอดอลชื่อดัง หลังพบว่ามีบุหรี่ไฟฟ้าไว้ในครอบครอง ภายในรถส่วนตัว แต่ช่วงของการนำไปควบคุมสงบสติอารมณ์ที่ห้องควบคุม  ก็เกิดการยื้อยุดฉุดกระชากกันขึ้น เนื่องจาก น.ส.มนุษยา ไม่พอใจที่ต้องถูกตรวจยึดรถยนต์ส่วนตัวไว้ตรวจสอบ และเล็งเห็นว่ากรณีของบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเพียงคดีธรรมดาไม่ใช่การค้ายาเสพติดให้โทษ จึงไม่น่ากระทำการรุนแรง หรือต้องมีการควบคุมตัวแต่อย่างไร

โดยจากผลดังกล่าวทำให้จนได้รับบาดเจ็บตามร่างกายหลายแห่ง กระทั่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งศาลจังหวัดพัทยา และมีการประกันตัวไปในวงเงิน 1 แสนบาท จากนั้น น.ส.มนุษยา หรือฟลุ๊คศรี มณีเด้ง ได้ร้องขอความเป็นธรรมจากสื่อมวลชน และมีการโพสต์ข้อมูลพร้อมภาพถ่ายลงในโลกโซเชียลเฟซบุ๊คส่วนตัว โดยระบุว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้าย ทั้งกระชากผม ล็อคคอ ยื้อยุดฉุดกระชาก อีกทั้งทำให้เลสข้อมือหายไป ซึ่งได้ไปตรวจร่างกายไว้เป็นหลักฐาน  จนมีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมายนั้น

ล่าสุดเมื่อ 11 ธันวาคม 60 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง สภ.เมืองพัทยา เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีดังกล่าว โดยเดินทางเข้าพบ ดาบตำรวจ จิรวัฒน์ สุวรรณพิมพ์ สิบเวรห้องควบคุมที่ถูกระบุว่ามีการกระทำเกินกว่าเหตุ โดย ดาบตำรวจ จิรวัฒน์ ระบุว่า ช่วงเวลาที่จะนำผู้ต้องขึ้นมาควบคุมสติอารมณ์ที่ห้องควบคุมนั้น ก็มีการดื้อดึงและด่าทอกันอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งขัดขืนจึงต้องใช้กำลังตำรวจหลายนาย พาขึ้นมาด้านบน ก่อนนำตัวเข้าสู่ห้องควบคุม ซึ่งช่วงนั้นก็พยายามกอดรัดและดันตัวผู้ต้องหาเข้าสู่ภายใน โดยไม่ได้มีการกระชากผม ล็อคคอ หรือทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด โดยกรณีนี้มีผู้ต้องขังจำนวนหลายรายที่อยู่ภายในห้องควบคุมสามารถเป็นพยานให้ได้ อีกทั้งยังมีกล้องวงจรปิดจับภาพเหตุการณ์โดยตลอด ขณะที่ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวอยู่ก็ส่งเสียงเอะอะโวยวาย และใช้ศีรษะรวมทั้งมือทุบตีกระแทกกรงเหล็กอยู่ทั้งคืน จนผู้ต้องหารายอื่นหลับนอนไม่ได้  จึงมีการว่ากล่าวตักเตือนบ้าง จนรุ่งเช้าจึงนำตัวส่งศาลเพื่อดำเนินคดีก่อนมีการขอประกันตัวออกไป

ด้าน พ.ต.ท.ออมสิน สุขการค้า รอง ผกก.สอบสวน  สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้มีตรวจสอบและสอบสวนข้อเท็จจริงของเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด รวมทั้งการสอบปากคำ ดาบตำรวจ จิรวัฒน์ และพยาน รวมทั้งการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ว่าช่วงเวลาดังกล่าวมีเหตุการณ์เป็นมาอย่างไรก่อนนำสรุปเพื่อเสนอ ส่วนกรณีการรวบรวมพยานหลักฐานเรื่องของการดูหมิ่นเจ้าพนักงานหรืออื่นๆนั้น ก็กำลังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวม และรอการพิจารณาจากผู้บังคับบัญชาอีกครั้งเช่นกัน.