ตำรวจรุดสอบพยานแวดล้อมที่เกิดเหตุ คดีหนุ่มอเมริกันชกออสเตรเลียตายที่พัทยา

0
251

จากกรณี นายโจเซ่ มานอล โปลานโก เจอาร์ อายุ 42 ปี สัญชาติอเมริกัน ชกต่อย นายรอฟ เบนจามิน แมทริว อายุ 43 ปี สัญชาติออสเตรเลีย จนสลบเหมือดและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดภายในร้านรูดี้คลับ ซอย 6 ถนนเลียบชายหาดพัทยา หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 61 ที่ผ่านมา ซึ่งเบื้องต้นนายโจเซ่ ได้เข้ามอบตัว ทางตำรวจจึงแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และส่งตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย

ความคืบหน้าคดีคดีนี้เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 61 พ.ต.ท.ธีระศักดิ์ สีแสง สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองพัทยา พร้อม  ร.ต.อ.สมบัติ แก้วมูลมุข รองสารวัตรสอบสวนเจ้าของคดี เดินทางไปสอบปากคำ น.ส.ลัดดา อ่อนภูเขา พนักงานแคชเชียร์บาร์เบียร์ที่เกิดเหตุ เพื่อใช้ประกอบสำนวนคดี โดย น.ส.ลัดดา ได้ชี้จุดบริเวณที่นายโจเซ่ ผู้ต้องหา กับนายรอฟ ผู้ตาย นั่งภายในร้านซึ่งห่างกันเพียง 1 เมตร และชี้จุดที่ทั้งคู่ต่อยกันจนนายรอฟ ล้มลงหัวฟาดพื้นหมดสติ ก่อนที่จะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

ร.ต.อ.สมบัติ เปิดเผยว่า คดีนี้ต้องรอผลการตรวจชันสูตรศพ จากสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เพื่อสรุปสำนวนคดีส่งฟ้องศาล ส่วนผู้ต้องหา ในขณะนี้ยังฝากขังไว้ที่เรือนจำพิเศษพัทยา และยังไม่ได้ยื่นขอประกันตัวแต่อย่างใด โดยเบื้องต้นทางสถานทูตสหรัฐทราบเรื่องและติดต่อขอข้อมูลเกี่ยวกับคดีมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว แต่ไม่ได้แสดงความประสงค์เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหารายนี้แต่อย่างใด

ในเวลาต่อมาตำรวจเรียก น.ส.รุ่งอรุณ แสงสุวรรณ์ พนักงานต้อนรับของบาร์เบียร์ที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกนายรอฟ รวบคอ มาทำการสอบปากคำเพิ่มเติม โดย น.ส.รุ่งอรุณ ให้การว่า เพิ่งรู้จักกับนายรอฟ ไม่นาน ในวันเกิดเหตุนายรอฟ ได้มาหยอกล้อด้วยการใช้มือทั้งสองข้างกำคอ แล้วยกร่างของตนขึ้นจนเท้าพ้นพื้น ซึ่งตนไม่ได้เจ็บอะไร แต่รู้สึกหายใจไม่ออก กระทั่งนายโจเซ่ มาช่วยเหลือจนทั้งคู่เกิดการโต้เถียง และชกต่อยกันขึ้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ตนขอเป็นกลางและไม่เข้าข้างฝ่ายใด แต่รู้สึกเห็นใจนายโจเซ่ ที่ต้องตกเป็นผู้ต้องหาเพราะต้องการช่วยเหลือตน อย่างไรก็ตาม หากมีโอกาสตนก็จะเดินทางไปเยี่ยมนายโจเซ่ ที่เรือนจำพิเศษหนองปลาไหล เพื่อให้กำลังใจหนุ่มอเมริกันรายนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในส่วนของผู้ที่ทราบข่าวบางคน ได้เดินทางไปที่ สภ.เมืองพัทยา เพื่อให้กำลังใจผู้ต้องหา เนื่องจากเห็นว่าผู้ต้องหาทำลงไป เพราะต้องการช่วยหญิงไทย จึงเกิดความเห็นอกเห็นใจ แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อทราบว่าผู้ต้องหาอยู่ในเรือนจำพิเศษพัทยา และคดีนี้ยังได้รับความสนใจจากสำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนัก เดินทางมาถ่ายทำข่าว และถ่ายทอดสดออกไปทั่วโลกอีกด้วย.